royal coronation
วันที่ 17 สิงหาคม 2562
วันนี้ในอดีต

14 ส.ค.2488 เปิดตำนานจูบโลกตะลึง

วันที่ 14 สิงหาคม 2562 - 02:00 น.
ภาพ,สงครามโลก,วันนี้ในอดีต
Shares :
เปิดอ่าน 1,569 ครั้ง

วันนี้เมื่อ 74 ปีก่อน สงครามจบ คนจูบ!!

 

"ไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอ"

 

แต่ภาพนี้ติดตาตรึงใจคนทั่วโลก ทุกชาติทุกภาษา เพราะมันเกิดขึ้นจากความดีใจอย่างสุดกลั้นของหนุ่มกะลาสีเรือคนหนึ่ง ที่หลังได้ยินการประกาศยุติสงครามโลกอย่างเป็นทางการ เขาถึงกับเก็บไม้เก็บมือไม่ไหว ต้องคว้าสาวในชุดพยาบาลมาจุมพิตอย่างดูดดื่ม สร้างความตกตะลึงของผู้คนไปทั้งไทม์สแควร์ แถมยังนานจนช่างภาพถึง 2 คนสามารถลั่นชัตเตอร์ไว้ได้ทัน

 

กลายเป็นภาพประวัติศาสตร์มาจนทุกวันนี้ ที่สำคัญคือพวกเขาไม่ได้เป็นเพื่อน หรือคนรัก หรือแม้แต่จะรู้จักกันเลยด้วยซ้ำ เพียงแต่พวกเขามารวมตัวกันเพื่อเดินพาเหรดฉลองวันแห่งชัยชนะ หรือที่ถูกเรียกว่า “Victory over Japan Day” หรือ “V-J Day”

 

ภาพนี้ได้เกิดขึ้นเมื่อวันนี้ของ 74 ปีก่อน ตรงกับวันที่ 14 สิงหาคม 2488 อันเป็นวันที่สงครามโลกครั้งที่ 2 (World War II) ในแปซิฟิก-เอเชีย ได้ยุติลงอย่างเป็นทางการ หลังญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้ต่อฝ่ายสัมพันธมิตร หลังจากที่สหรัฐอเมริกาทิ้งระเบิดปรมาณูสองลูกเมื่อวันที่ 6 และ 9 สิงหาคมที่เมืองฮิโรชิมาและนางาซากิ

 

แม้จะเป็นวันที่น่าจดจำ แต่ใครกันจะจดจำมันได้ดีมากไปกว่าเรื่องราวของตำนานจูบบันลือโลกครั้งนั้น

 

 

 

 

กะลาสีมือไว

 

สงครามจบแล้ว คนยังเจ็บฉันใด เหตุการณ์หลังจูบอันโด่งดังก็ฉันนั้น เพราะแม้ว่าพวกเขาจะต่างคนต่างแยกย้ายไปมีชีวิตของตนเอง แต่สำหรับชาวโลก มันกลับไม่จบลงแต่เพียงแค่นั้น

 

เรื่องราวของทั้งคู่ ยังคงได้รับการกล่าวขานถึง จนมีการสืบหาตัวจริงกันยกใหญ่ โดยแรกเริ่มผู้คนบางส่วนเข้าใจว่าทั้งคู่เป็นคนรักกัน และระหว่างนั้นยังมีคนเข้ามาอ้างตัวว่าเป็นบุคคลในภาพมากมาย

 

แต่เมื่อสืบจนหาตัวคนต้นเรื่องเจอแล้ว ก็ได้พบกับเรื่องราวที่ทั้งน่ารักน่าหยิก

 

โดยฝ่ายชายคือ จอร์จ เมนโดซ่า (George Mendonsa) กะลาสีเรือสหรัฐฯ ที่ขณะนั้นอายุ 22 ปี หนุ่มน้อยจากรัฐโรดไอร์แลนด์ ที่เวลานั้นเขาอยู่ในระหว่างพักร้อน

 

 

 

 

ทั้งนี้การสืบค้น ยังพบว่าสุดท้ายแล้ว เหตุผลที่เขาทำเช่นนั้นจะมาจากการที่เขาดื่มสุรามา และมองว่าหญิงสาวผู้ซึ่งเป็นพยาบาลมาจากกองทัพเหมือนกัน เขาจึงกล้าที่จะจูบเธอ

 

ทั้งนี้ เขาเคยเผยถึงเรื่องราวในวันนั้นกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นเมื่อปี 2558 ว่าในวันนั้นเขากับเพื่อนๆ ทหารเรือกำลังดื่มฉลองการสิ้นสุดสงคราม และด้วยความดีใจที่สงครามจบสิ้น และรอดพ้นจากสงครามและได้กลับมายังบ้านเกิดเสียที

 

 “ผมออกมาด้านนอก และเห็นสาวในชุดพยาบาล ท่ามกลางบรรยากาศของการเฉลิมฉลอง และผมคว้าตัวเธอมาจูบตามสัญชาตญาณในทันที” อดีตกะลาสีสหรัฐกล่าวเช่นนั้น

 

และนาทีนั้นเองที่ อัลเฟรด ไอเซนสเตดต์ (Alfred Eisenstaedt) ช่างภาพผู้สื่อข่าวของนิตยสารไลฟ์ได้กดชัตเตอร์ไว้ได้ และนำมาขึ้นปก LIFE จนโด่งดังสุดๆ 

 

 

นางฟ้าพยาบาล

 

ผู้คนต่างพากันนึกว่าเธอคือนางพยาบาล หากแต่จริงๆ แล้วเธอเป็นผู้ช่วยพยาบาลสาวชื่อว่า "เกรตา ซิมเมอร์ ฟรีดแมน" (Greta Zimmer Friedman) 

 

เวลานั้นเธอเป็นผู้ช่วยทันตแพทย์ วัยเพียง 21 ปี และเป็นสาวยิวที่เดินทางลี้ภัยออกจากออสเตรียเมื่อหกปีก่อนหน้า พ่อแม่ของเธอเสียชีวิตในเหตุการณ์โฮโลคลอสต์

 

 

 

 

วันที่เธอโดนขโมยจูบนั้น เธอก็ออกมาเดินขบวนเช่นกัน เธอเคยเล่ากับสื่อว่าเธอไม่รู้ตัวมาก่อนว่าจะโดนจุมพิตโดยกะทันกัน

 

เธอเล่าว่า ตนนั้นไม่เคยเห็นภาพดังกล่าวมาก่อนจนกระทั่งปี 2503 ขณะที่เธอทำงานเป็นพยาบาลผู้ช่วยทันตแพทย์นั้น เธอเพิ่งได้รู้ว่าตนเองอยู่ในภาพถ่ายอันโด่งดังชิ้นนี้

 

แต่ที่น่าสนใจคือ เธอบอกว่า มันไม่ได้เป็นการจูบหรอก แต่มันเป็นการฉลองต่อชัยชนะ กับการที่บรรดาทหารได้กลับบ้านมากกว่าที่จะเป็นเหตุการณ์โรแมนติกในเชิงหน่มสาว แถมตนเองยังเหมือนกึ่งถูกบังคับด้วยซ้ำ

 

 

 

 

“ฉันไม่ได้จูบเขา แต่เป็นเขาที่จูบฉัน” (ฮา) แถมยังเคยเล่ากับ CBS NEWS ปี 2555 ว่า “ดิฉันไม่ทันเห็นเขาที่เดินมาจากด้านหลัง และรู้ตัวอีกทีก็ตกอยู่ในอ้อมแขนเสียแล้ว”

 

ที่น่าประทับใจคือวันนั้น ฝ่ายชายยังไปกับริตา-แฟนสาวของเขาเองด้วยซ้ำ (ภรรยาในเวลาต่อมา) พวกเขาแวะดูหนังกันก่อนที่จะเดินไปที่ย่านไทม์สแควร์

 

แถมถ้าสังเกต เราจะเห็นริตายืนยิ้มอยู่ซ้ายมือด้านหลังเมนดอนซาอีกด้วย 

 

 

ริต้ายืนยิ้มหัวเราะในวันนั้น

 

 

ริต้าเคยให้สัมภาษณ์สื่อว่า เธอไม่โกรธหรอกที่แฟนของเธอไปจูบกับผู้หยิงคนอื่น แต่เขาไม่เคยจุบเธอแบบนี้เลยสักครั้งน่ะสิ!

 

 

ช่างภาพมือไว

 

จะไม่พูดถึงมือลั่นชัตเตอร์ได้ยังไง เพราะถ้าไม่ได้เขา เราคงไม่ได้เห็นช็อตเด็ดโลกจารึกมาจนทุกวันนี้

 

ภาพมุมหนึ่งเป็นของ "อัลเฟรด ไอเซนสเตดต์“ จากนิตยสาร LIFE มีชื่อภาพว่า ”V-J Day (Victory over Japan Day)

 

ภาพของอัลเฟรด ไอเซนสเตดต์

 

 

ส่วนภาพอีกมุมคือฝีมือของ วิกเตอร์ จอร์เกนเสน (Victor Jorgensen) ช่างภาพในสังกัดกองทัพเรืออเมริกัน โดยภาพของเขาชื่อว่า ‘Kissing the War Goodbye’

 

 

ภาพของ Victor Jorgensen

 

 

กล่าวสำหรับ อัลเฟรด ไอเซนสเตดต์ วันนั้น เขาเป็นหนึ่งในช่างภาพหลายคนที่มาล่าภาพดีๆ ในวันนั้น ที่ย่านไทม์สแควร์

 

 

อัลเฟรด ไอเซนสเตดต์

 

 

แต่ดูเหมือนว่าเขาจะตาไวกว่าใครเพื่อน เพราะเขาเกิดไปสังเกตเห็นหนุ่มทหารเรือคนหนึ่งที่กำลังเดินพล่านในย่านนั้น

 

ไอเซนสเตดต์บรรยายในหนังสือของเขา หรือ “Eisenstaedt on Eisenstaed” ที่ถูกตีพิมพ์เมื่อปี 2528 ว่า ดูเหมือนเขาจะไม่สนใจด้วยซ้ำว่าจะเป็นผู้หญิงแก่หรือสาว เพราะ ชั่วยามนั้นไม่ใช่ความแตกต่าง

 

ที่สุด เขาจึงตัดสินใจตามกะลาสีหนุ่มคนนั้นด้วยกล้องไลกาตัวเล็กๆ แล้วทันใดนั้นเขาก็เห็นพ่อกะลาสีคว้าตัวผู้หญิงชุดขาวมาจูบอย่างฉับพลัน

 

ทันใดนั้น เขาเองก็ไวพอที่จะบันทึกภาพไว้ได้ โดยใช้เวลาเพียงแค่ 10 วินาที ถ่ายภาพ 4 ช็อต แถมยังเคยกล่าวอย่างถ่อมตนในภายหลังว่า บางครั้งอาชีพอย่างเขาก็ต้องอาศัยโชคและจังหวะเหมือนกัน (ง่อว์....)

 

“หากว่าเธอ (ฟรีดแมน) อยู่ในชุดสีเข้ม ผมคงไม่มีวันถ่ายภาพนั้น และหากหนุ่มกลาสีเรือสหรัฐฯ อยู่ในชุดเครื่องแบบสีขาว ผมคงจะไม่ถ่ายเช่นกัน” ช่างภาพเล่าเช่นนี้ในหนังสือเล่มเดียวกัน

 

แน่นอนนิตยสาร LIFE ได้ตีพิมพ์ภาพนี้เป็นภาพใหญ่ในสองสัปดาห์ถัดมา โด่งดังไปทั่วโลกจนมีการตีพิมพ์ซ้ำในหนังสือพิมพ์และนิตยสาร มีการจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ มีการพิมพ์เป็นโปสเตอร์และโปสการ์ด

 

กลายเป็นภาพจำที่ ประทับใจ จนทำให้วันที่ 14 สิงหาคมของทุกปีมักจะมีคู่รักมายืนจูบเลียนแบบกันที่ย่านไทม์สแควร์

 

 

 

คนจากตำนานอยู่

 

อย่างไรก็ดี ที่สุดแล้ว เวลาที่ล่วงเลย พวกเขาต่างก็พากันล้มหายลาโลกจากไป

 

โดยอดีตผู้ช่วยพยาบาลสาว เกรตา ฟรีดแมน เสียชีวิตในวันที่ 8 กันยายน 2559 ในรัฐเวอร์จิเนีย ขณะอายุ 92 ปี

 

 

 

 

โดยก่อนหน้านั้น หลังจากผ่านยุคสงครามโลกมา เธอได้ทำงานเป็นนักออกแบบแฟชันเสื้อผ้าให้กับตุ๊กตา ทำงานช่วงหน้าร้อนในโรงละคร และกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์หนังสือในท้ายที่สุด

 

ส่วนจอร์จ เมนดอนซา เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา จากการหกล้มในบ้านพักคนชรา ด้วยวัย 95 ปี

 

 

www.bbc.co.uk

 

 

ขณะที่  อัลเฟรด ไอเซนสเตดต์ ช่าวภาพได้เสียชีวิตไปแล้วในวัย 96 ตั้งแต่ปี 2538 

 

เขาเคยกล่าวว่า “บางคนเคยบอกผมว่า ภาพถ่ายนั้นจะยังคงเป็นที่จดจำของผู้คน แม้ว่าผมจะขึ้นสวรรค์ไปแล้วก็ตาม”

 

*****************//****************

 

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก

วิกิพีเดีย

https://www.widewalls.ch/v-j-day-in-times-square-photo/

www.mirror.co.uk

www.bbc.co.uk

 

Shares :
เปิดอ่าน 1,569 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ